
ในหนังสือของ อาจารย์ นภเนตร ธรรมบวร ได้กล่าวไว้ว่า
“ศิลปะเป็นกระบวนการพื้นฐานของมนุษย์และช่วยให้มนุษย์ได้ สำรวจ ทดลอง และค้นพบ รวมตลอดถึงแสดงออกซึ่งความคิด ความรู้ และประสบการณ์ของตน ศิลปะเป็นกระบวนการซึ่งความคิดพัฒนาขึ้น นักการศึกษา ฟิชเชอร์ (Fisher, 1992) กล่าวว่า พัฒนาการทางด้านศิลปะของเด็กถือเป็นพัฒนาการด้านกระบวนการคิด ทั้งนี้เพราะศิลปะเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกซึ่งความคิด และความรู้สึกของตนที่มีต่อโลกรอบตัว
นอกจากนั้น ศิลปะยังถือเป็นกิจกรรมการแก้ปัญหา (Problem-solving) อีกด้วย ทั้งนี้เพราะกิจกรรมศิลปะเปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจ และแก้ปัญหาผ่านผลงานต่างๆในการค้นหาคำตอบ เด็กได้ค้นพบวิธีการใหม่ๆ ในการแสดงออกซึ่งสิ่งที่ตนเห็น ได้กลิ่น ได้ยิน และรู้สึก รวมตลอดถึงเรียนรู้วิธีใหม่ๆในการใช้อุปกรณ์ทางศิลปะ เป็นต้น ขณะเดียวกัน เด็กก็ได้เรียนรู้ว่าไม่มีคำตอบที่ “ถูก” เพียงคำตอบเดียวสำหรับทุกๆคำถาม ในการทำกิจกรรมศิลปะ เด็กจำเป็นต้องรวบรวมและจัดระเบียบความคิดของตน รวมตลอดถึงพยายามที่จะแสดงความคิดดังกล่าวผ่านงานทางศิลปะซึ่งต้องใช้ทักษะต่างๆ อาทิ การตัดสินใจ ความรับผิดชอบ และการนำเสนอ กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความคิดและความรู้สึกของเด็ก”
อ้างอิง/หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : การพัฒนากระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย โดย นภเนตร ธรรมบวร, 2549
เรียนศิลปะแล้วได้อะไร
การเรียนศิลปะช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของธรรมชาติ, มนุษย์ และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดการเชื่อมโยง ความรู้ ความคิด เบื้องต้น กับความรู้ด้านอื่นๆ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ความรู้ขั้นสูงต่อไป ทั้งยังก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การค้นคว้าด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไปพัฒนาการคิดในขั้นถัดไป
สิ่งที่จะได้รับในการเรียนศิลปะ
การฝึกสมาธิ และ การสังเกต
กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์
การเรียนรู้เรื่องมิติสัมพันธ์
การพัฒนาธรรมชาติ การรับรู้ทางการเห็น
การพัฒนาทางความรู้ความเข้าใจ
การพัฒนาทางอารมณ์และสังคม
การพัฒนาทางด้านภาษา
อ้างอิง/หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริพรรณ ตันติรัตน์ไพศาล, 2545
อ้างอิง/หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Art and Creative Development for Young Children by Robert Schirrmacher, Ph.D.,1946
ตัวอย่างการทำงานศิลปะของเด็ก และผลลัพธ์ที่เด็กจะได้รับ
งานสร้างภาพสวยด้วยสีน้ำ
อุปกรณ์ น้ำ
ถาดสำหรับทำขนม หรือภาชนะสี่เหลี่ยมก้นตื้น 2 ถาด
สีน้ำ 2-3 สี
หลอดหยด 2-3 อัน
กระดาษวาดเขียนสำหรับสร้างภาพ (กระดาษ 100 ปอนด์)
กระดาษหนังสือพิมพ์
วิธีการ
1 จุ่มกระดาษวาดเขียนลงในถาดใบแรกใส่น้ำให้เปียกทั่วทั้งแผ่น
2 วางกระดาษเปียกลงในถาดสี่เหลี่ยมอีกใบหนึ่ง
3 ใช้หลอดหยดดูดสีน้ำ หยดลงบนกระดาษที่เปียกน้ำ
4 นำกระดาษแผ่นนั้นมาผึ่งให้แห้งบนกระดาษหนังสือพิมพ์
ผลลัพธ์ที่เด็กจะได้รับ
· กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
เด็กจะได้เรียนรู้การแพร่ หลักการและเหตุผลคือ เมื่อหยดสีลงบนกระดาษที่เปียกน้ำ โมเลกุลของสีจะค่อยๆแพร่ หรือกระจายออกไปในน้ำที่อยู่บนแผ่นกระดาษ การแพร่เกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของสีเกาะกลุ่มกันเป็นจุดจุดเดียวในรูปของหยดสีบนกระดาษที่เปียกค่อยๆกระจายตัวออกไปในน้ำที่อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น
การฝึกสมาธิ และ การสังเกต
เด็กจะฝึกการลงมือทำ การมอง การสังเกต และจดจ่อ ที่จะเห็นสีที่จะแพร่ออก
การพัฒนาธรรมชาติ การรับรู้ทางการเห็น
เด็กจะฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อย่อย ในการใช้หลอดหยดสี
การพัฒนาทางความรู้ความเข้าใจ
เด็กจะได้เรียนรู้ถึงสาเหตุ และผลของการหยดสี ลงบนกระดาษเปียก และผลลัพธ์เมื่อสีแห้งแล้ว
การพัฒนาทางอารมณ์และสังคม
เด็กจะได้เรียนรู้ถึงการรอคอยของการแพร่ของสี
การพัฒนาทางด้านภาษา
เด็กได้เรียนรู้ คำว่า “การแพร่”, ชื่อของสีที่ใช้ในชิ้นงาน
“ศิลปะเป็นกระบวนการพื้นฐานของมนุษย์และช่วยให้มนุษย์ได้ สำรวจ ทดลอง และค้นพบ รวมตลอดถึงแสดงออกซึ่งความคิด ความรู้ และประสบการณ์ของตน ศิลปะเป็นกระบวนการซึ่งความคิดพัฒนาขึ้น นักการศึกษา ฟิชเชอร์ (Fisher, 1992) กล่าวว่า พัฒนาการทางด้านศิลปะของเด็กถือเป็นพัฒนาการด้านกระบวนการคิด ทั้งนี้เพราะศิลปะเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกซึ่งความคิด และความรู้สึกของตนที่มีต่อโลกรอบตัว
นอกจากนั้น ศิลปะยังถือเป็นกิจกรรมการแก้ปัญหา (Problem-solving) อีกด้วย ทั้งนี้เพราะกิจกรรมศิลปะเปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจ และแก้ปัญหาผ่านผลงานต่างๆในการค้นหาคำตอบ เด็กได้ค้นพบวิธีการใหม่ๆ ในการแสดงออกซึ่งสิ่งที่ตนเห็น ได้กลิ่น ได้ยิน และรู้สึก รวมตลอดถึงเรียนรู้วิธีใหม่ๆในการใช้อุปกรณ์ทางศิลปะ เป็นต้น ขณะเดียวกัน เด็กก็ได้เรียนรู้ว่าไม่มีคำตอบที่ “ถูก” เพียงคำตอบเดียวสำหรับทุกๆคำถาม ในการทำกิจกรรมศิลปะ เด็กจำเป็นต้องรวบรวมและจัดระเบียบความคิดของตน รวมตลอดถึงพยายามที่จะแสดงความคิดดังกล่าวผ่านงานทางศิลปะซึ่งต้องใช้ทักษะต่างๆ อาทิ การตัดสินใจ ความรับผิดชอบ และการนำเสนอ กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความคิดและความรู้สึกของเด็ก”
อ้างอิง/หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : การพัฒนากระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย โดย นภเนตร ธรรมบวร, 2549
เรียนศิลปะแล้วได้อะไร
การเรียนศิลปะช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของธรรมชาติ, มนุษย์ และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดการเชื่อมโยง ความรู้ ความคิด เบื้องต้น กับความรู้ด้านอื่นๆ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ความรู้ขั้นสูงต่อไป ทั้งยังก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การค้นคว้าด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไปพัฒนาการคิดในขั้นถัดไป
สิ่งที่จะได้รับในการเรียนศิลปะ
การฝึกสมาธิ และ การสังเกต
กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์
การเรียนรู้เรื่องมิติสัมพันธ์
การพัฒนาธรรมชาติ การรับรู้ทางการเห็น
การพัฒนาทางความรู้ความเข้าใจ
การพัฒนาทางอารมณ์และสังคม
การพัฒนาทางด้านภาษา
อ้างอิง/หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริพรรณ ตันติรัตน์ไพศาล, 2545
อ้างอิง/หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Art and Creative Development for Young Children by Robert Schirrmacher, Ph.D.,1946
ตัวอย่างการทำงานศิลปะของเด็ก และผลลัพธ์ที่เด็กจะได้รับ
งานสร้างภาพสวยด้วยสีน้ำ
อุปกรณ์ น้ำ
ถาดสำหรับทำขนม หรือภาชนะสี่เหลี่ยมก้นตื้น 2 ถาด
สีน้ำ 2-3 สี
หลอดหยด 2-3 อัน
กระดาษวาดเขียนสำหรับสร้างภาพ (กระดาษ 100 ปอนด์)
กระดาษหนังสือพิมพ์
วิธีการ
1 จุ่มกระดาษวาดเขียนลงในถาดใบแรกใส่น้ำให้เปียกทั่วทั้งแผ่น
2 วางกระดาษเปียกลงในถาดสี่เหลี่ยมอีกใบหนึ่ง
3 ใช้หลอดหยดดูดสีน้ำ หยดลงบนกระดาษที่เปียกน้ำ
4 นำกระดาษแผ่นนั้นมาผึ่งให้แห้งบนกระดาษหนังสือพิมพ์
ผลลัพธ์ที่เด็กจะได้รับ
· กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
เด็กจะได้เรียนรู้การแพร่ หลักการและเหตุผลคือ เมื่อหยดสีลงบนกระดาษที่เปียกน้ำ โมเลกุลของสีจะค่อยๆแพร่ หรือกระจายออกไปในน้ำที่อยู่บนแผ่นกระดาษ การแพร่เกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของสีเกาะกลุ่มกันเป็นจุดจุดเดียวในรูปของหยดสีบนกระดาษที่เปียกค่อยๆกระจายตัวออกไปในน้ำที่อยู่บนกระดาษแผ่นนั้น
การฝึกสมาธิ และ การสังเกต
เด็กจะฝึกการลงมือทำ การมอง การสังเกต และจดจ่อ ที่จะเห็นสีที่จะแพร่ออก
การพัฒนาธรรมชาติ การรับรู้ทางการเห็น
เด็กจะฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อย่อย ในการใช้หลอดหยดสี
การพัฒนาทางความรู้ความเข้าใจ
เด็กจะได้เรียนรู้ถึงสาเหตุ และผลของการหยดสี ลงบนกระดาษเปียก และผลลัพธ์เมื่อสีแห้งแล้ว
การพัฒนาทางอารมณ์และสังคม
เด็กจะได้เรียนรู้ถึงการรอคอยของการแพร่ของสี
การพัฒนาทางด้านภาษา
เด็กได้เรียนรู้ คำว่า “การแพร่”, ชื่อของสีที่ใช้ในชิ้นงาน
